โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 06:43 น.

“บอนด์ เจมส์ บอนด์” คือวลีแนะนำตัวที่แฟนหนัง 007 ได้ฟังจนเคยชิน แต่คุณจะไม่ได้ยินเขาแนะนำตัวแบบนี้อีกแล้วในภาคต่อไปอย่าง Quantum of Solace เมื่อผู้สร้างตัดสินใจตัดประโยคอันเป็นเอกลักษณ์นั้นออกไปจากบทเป็นครั้งแรกตั้งแต่สร้างหนังสายลับสุดหล่อคนนี้มา 22 ภาค
เป็นเวลา 46 ปีแล้วที่แฟนหนัง 007 คุ้นชินกับการแนะนำตัวของสายลับมาดเท่ด้วยวลีว่า “บอนด์ เจมส์ บอนด์” แต่ในการสร้างภาคใหม่ที่จะออกฉายในเดือนพ.ย.นี้ คำพูดดังกล่าวจะไม่มีได้ฟังกันอีกแล้ว เช่นเดียวกับประโยคติดหูอย่าง “เขย่าแต่ไม่คน” ที่แฟนจะได้ยินทุกครั้งที่บอนด์สั่งวอดก้ามาร์ตินีมาดื่ม ยกเว้นภาคที่แล้วที่ตอบไปอย่างตัดรำคาญว่า “จะทำอะไรก็ทำมาเถอะ!”
ทางด้าน มาร์ค ฟอร์สเตอร์ ผู้กำกับของ Quantum of Solace เผยว่าเดิมทีทีมงานก็อยากจะเก็บคำพูดดังกล่าวไว้ แต่ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เวิร์ค
“จริงๆ มันมีคำว่า “บอนด์ เจมส์ บอนด์” อยู่ในบท และเราก็ไปถ่ายวลีนี้กับหลายๆ ฉาก แต่มันไม่ออกมาดีอย่างที่เราหวัง ผมเลยคิดว่าเราควรจะตัดมันทิ้ง ทั้งโปรดิวเซอร์ บาร์บารา บร็อคโคลี กับ ไมเคิล วิลสัน และ แดเนียล เคร็ก ต่างก็เห็นชอบ มันเป็นเรื่องดีที่เราจะเปิดใจให้กว้างเกี่ยวกับสูตรสำเร็จในความเป็นบอนด์ เพราะต่อไปเราจะกลับไปเอาคำนั้นมาใช้อีกทีหลังก็ยังได้“
การจากไปของประโยคดังถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างของ 007 เวอร์ชั่นแดเนียล เคร็ก
ที่หายจากจอไปเลยได้แก่บรรดาแก็ดเจ็ตเวอร์ๆ ต่างๆ ที่เขาเคยใช้มาในอดีต เนื่องจากตัวละครที่สร้างมันออกมาอย่าง Q ที่เคยรับบทโดย เดสมอนด์ เลเวลีน และ จอห์น คลิส ที่ถูกตัดออกไปจากภาคที่แล้วก็ยังไม่ได้กลับมาในภาคนี้ เช่นเดียวกับ มันนีเพนนี เลขาสาวของ M ที่ไม่ได้กลับมาเล่นบทเกี้ยวพาราสีกับบอนด์อีก รวมไปถึงการที่บอนด์ลองเปลี่ยนจาก Aston Martin คันหรูมาลองใช้ Ford Mondeo ด้วยเช่นกัน
เมื่อดูจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทางผู้สร้างพยายามอย่างมากที่จะทำให้สายลับผู้นี้ดูเข้ายุคเข้าสมัยกับหนังสายลับที่ควรจะเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับกรณีที่ทางผู้สร้างไม่ยอมให้สิทธิ์ในการสร้างหนังแก่ Devil May Care 007 ฉบับนิยายล่าสุดของ Sebastian Faulks ที่ได้รับการยอมรับจากทายาทของ เอียน เฟลมมิง เจ้าของผลงานเดิม เนื่องจากมันมีเนื้อหาที่ต่อจากเรื่องราวเล่มสุดท้ายของเฟลมมิงที่อยู่ในยุคทศวรรษที่ 1960 ซึ่งล้าสมัยเกินไป
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นที่ยอมรับของแฟน 007 ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของบอนด์ในฉบับหนังมาอย่างมากมาย ซึ่งแต่เดิม เอียน เฟลมมิง สร้างภาพให้เขาเป็นเพียงสายลับเลือดเย็นเท่านั้น
แกรม ไรย์ บรรณาธิการของนิตยสารออนไลน์ 007 เปิดเผยว่าการเปิดตัวของ แดเนียล เคร็ก กับ Casino Royale เมื่อ 2 ปีก่อนมีความใกล้เคียงกับทัศนคติของเฟลมมิงที่มีต่อสายลับคนโปรดของเขามากกว่า
“ที่ผ่านมาหนัง 007 ทั้งอ่อนล้าและต้องการความสดใหม่ แทนที่จะเน้นการดัดแปลงอย่างที่แล้วๆ มา ผมคิดว่าตอนนี้ทีมงานของหนังกำลังจะกลับไปจับอารมณ์ตามแบบของเอียน เฟลมมิงอีกครั้งหนึ่ง“
แกรม ไรย์ ยังเน้นว่าส่วนแต่งเติมที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ 007 ฉบับหนัง ทั้งตัวละครอย่าง Q และ มันนีเพนนี เคยถูกกล่าวถึงในฉบับนิยายเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการชอบสั่งมาร์ตินีหรือการแนะนำตัวก็ไม่ใช่นิสัยที่เขาเจมส์ บอนด์ทำอีกต่างหาก
“การแนะนำตัวของเขามันกลายเป็นเรื่องน่าเอียนไปแล้ว Casino Royale ได้กลับไปหาตัวตนของบอนด์อย่างที่เป็นในนิยาย มากกว่าจะวุ่นวายกับเรื่องโง่เง่าทั้งหลาย“
เอเจย์ ชอว์ดูรี บรรณาธิการของ Kiss Kiss Bang Bang นิตยสารของแฟนคลับ 007 เผยว่าการจากไปของวลีที่คุ้นหูจะไม่ทำให้สาวกเจมส์ บอนด์คิดมากแต่อย่างไร
“ทีมผู้สร้างพยายามมิกซ์แอนด์แม็ตเอกลักษณ์ของหนังเจมส์ บอนด์ในอดีต ทั้งแนวเพลงที่ใช้เปิดตัวหรือฉากเปิดตัวด้วยมุมมองผ่านรูกระบอกปืน แต่ในภาคใหม่นี้การได้ แจ็ค ไวท์ และ อลิเชีย คีย์ส มาร้องคู่กันในซาวด์แทร็คถือเป็นครั้งแรกของหนังเจมส์บอนด์ที่มีการดูเอทกันด้วย แค่การไม่มีวลีบางคำที่เป็นเอกลักษณ์ในบทจะไม่ทำให้ความเป็น 007 สูญเสียไป อีกทั้งแฟนๆ ก็ไม่ได้โหยหาการจากไปของ Q และ มันนีเพนนี ซักนิด“
“ถ้าไม่นับ แฮร์รี พอตเตอร์ แล้ว เจมส์ บอนด์ ถือเป็นตัวละครชาวอังกฤษที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันมากที่สุด ทางทีมผู้สร้างกำลังเน้นความสำคัญของหนังไปที่เรื่องของจิตวิทยาและความสัมพันธ์ของเนื้อเรื่อง เช่นเดียวกับการผจญภัยมากกว่าเรื่องอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่ Quantum of Solace ได้ดำเนินตามแนวทางที่ Casino Royale ได้ปูทางเอาไว้ คือเลือกที่จะเป็นหนังทริลเลอร์ที่ดีก่อน เรื่องเป็นหนังเจมส์ บอนด์ที่ดีเอาไว้ทีหลัง“